Corpse's profile○•° Love is all around° ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 28

    Walk Me Home..



    กาลครั้งหนึ่ง  
    กาลครั้งแรก
    กาลครั้งสุดท้าย
     
     
     
     อีกไม่นาน สินะ อีกไม่นานแว้ววว วา ฮา ฮา ฮาๆๆ----
    อีกไม่นานก็จะถึงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่กะเดือนใหม่กะปีใหม่ กะสิ่งใหม่ๆ แว้วว
     
     
     
    "อาทิตย์นี้ว่างมั้ยยย"

    "ทำไมหรอ"

    "ทานข้าวกัน"
     
     
     
     
    นะ........................
     


     
    November 15

    โลกนี้ ยากเย็นนักแล

    บางครั้ง....โลกนี้ช่างยากเย็นนัก
    หรือเป็นเพราะจิตใต้สำนึกสั่งให้ฉันสร้างโลกขึ้นมา
    อยากให้ชีวิตสุข อยากให้ชีวิตทุกข์....ก็แล้วแต่ใจ
    นานแสนนาน คิดไปไกลแสนไกล...เดินทางเพียงลำพัง
    กลับมองไม่เห็น สิ่งที่ทำให้ทุกข์ หรือสุข
    มองกลับมา...กับจิตใจที่แสนโหดร้าย ที่มีคู่ต่อสู่เป็นความมรู้สึกโหยหา 
    เมื่อเวลาผ่านไป ได้มองกลับมา
    ที่แท้จริงแล้ว
    เราก็แค่ต่อสู้อยู่กับตัวเอง
    ตัวเรา คือคู่ต่อสู้ผู้ไม่เคยยอมให้เรา
    November 08

    ชั่วโมงต้องมนต์

    ครายที่เครียสๆ มาร่ายมนต์ถั่วกาน จะได้หายเครียส

    เครียสน้อย 1 รอบ
    เครียสมาก 2 รอบ
    เครียสพอเปงกะสัยก็จดไว้ใต้หมอน ตื่นเช้ามาหายเลย
     
    ต้มถั่วใช้เถาถั่วเป็นเชื้อไฟ
    ถั่วร่ำไห้ในน้ำเดือดพล่าน
    ต่างก่อเกิดจากรากเหง้าอันเดียวกัน
    ไยเผาผลาญร้อนรนจนปานนี้


    กลอนที่โจสิด ลูกชายคนโปรดของโจโฉร่ายออกมาตอนที่โดนโจผีพี่ชายสั่งจับตัวไปประหาร
     
     
     
    November 02

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)•

    [wma]http://www.icygang.com/jukebox/media_file/Pause-mild-dao.wma[/wma]

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ ิ``)

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)•

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)•

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ ิ``)

    In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ ิ``)

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)•

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)•

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)•

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)•

    "In Between Dreams" •( •`_•`)....(•ิ _ •ิ``)•

                                                              

    September 25

    ช่วงเวลาที่แสนรันทด

    เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน กับชีวิตของการทำงาน
     
    แต่ก่อนนั้น ฉ้านเร่งรีบจบการศึกษา
    แต่ก่อนนั้นฉ้านนวาดฝันชีวิตการทำงานไว้สวยงาม
    แต่ก่อนนั้นฉ้านคิดว่าการทำงานมันคงมีความสุขมาก
    แต่ก่อนนั้นฉ้านเคยคิดแบบนี้ จิงๆ นะ
     
    ทำไม"แต่ก่อนนั้น" ฉันยังแปลกใจ เวลามองเห็นใครๆที่ทำงานแล้วดู น่าสนุกดี
    ทำไม"แต่ก่อนนั้น" ฉันไม่เก็บเกี่ยวความทรงจำในวัยเด็กใว้ให้มากที่สุด ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ
    ทำไม"แต่ก่อนนั้น" ฉันร้องให้ออกมาได้โดยที่ไม่ต้องใส่ใจในสายตาของใครๆ
     
    และแล้วช่วงเวลาอันหฤโหดก็มาถึง โฮ่...............แทบบ้า
     
    และแล้วฉ้านนนก็ทำงานตามวิถีชีวิตอันควรจะต้องเป็นไป  โฮ่..ได้โปรด.....ปราณีฉ้านด้วย
    ร้องให้ไม่ออกแล้ว......... ได้แต่หัวเราะกับตัวเอง (เบาๆ)
     
    เสาร์-ทิตนี้ ขอนอนอยู่กะบ้านเห๊อะ
     
     
      
     
     
    September 14

    ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

    คืนนี้ฝนตกหนัก เหมือนทุกๆคืนที่ผ่านมา มีเสียงฟ้าร้อง เสียงฟ้าคราม
    และฉันก็เดินตากฝนกลับบ้านเหมือนเช่นเคย
    แต่ที่ต่างไป...................
     
     
     
    ที่ต่างไป...................
    คือ ฉันเช็ดหัวที่เปียกโชกนี้เอง โดยไม่มีมือสองข้างของเทอเช็ดหัวที่เปียกของฉัน
     
    คืนนี้ฉันนอนเปิดเพลงฟังได้โดยที่ไม่มีใครบ่นรำคาญ
    แต่ฉันคิดถึงเสียงดุๆนั้นจังเลย
    ผ้าห่มที่ฉันเคยห่มนอนอยู่ทุกๆวัน คืนนี้มันดูผืนใหญ่ผิดปกติ
    คงเพราะไม่มีเทออีกคนมาแบ่งความอบอุ่นไปเหมือนเมื่อก่อน
    ห้องที่ฉันนอนดูว่างเปล่าไม่เหมือนเมื่อครั้งที่มีสองเรา
     
    ฉันไม่ได้เหงา เพียงเพื่อให้เทอมาอยู่เคียงข้าง แต่ฉันต้องการเพียงได้มองเทอทุกเช้าและเดินเคียงข้างเหมือนที่เคยเป็นมา
     
     
     
    September 08

    ชีวิต.........ที่เหลืออยู่...

    ฉ้านนนจะเล่าละนะ.....ว่า....
     
    ฉันเกิดมาพร้อมกับลมหายใจที่ว่างเปล่า
    แล้ววว....พร้อมที่จะจากไปกับลมหายใจที่ว่างเปล่า แต่ลมหายใจครั้งนี้.....ต่างกันออกไป
     
    ครั้งแรกที่ฉ้านหายใจ ฉันมองไม่เห็น ฉันไม่มีความทรงจำ ฉันตัวเล็กนิดเดียว
    แล้วฉันก็พูด ฉันคลาน แล้วฉ้านนนก็เดิน.............เดินไปข้างหน้า
     
     
     
                                    ครั้งสุดท้ายที่ฉ้านนนหายใจ
                                    ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้มองดูคนที่ฉันรัก
                                    ครั้งสุดท้ายที่ฉันพูด
     
                                                                 ฉันไม่อยากให้วันเหล่านั้นมาถึงเลยยยย
     
    ก่อนที่วันเหล่านั้นจะมาถึง....
                                                          
    ฉันจะวิ่งเพื่อกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและสูดลมหายใจให้เต็มปอด
    ฉันจะไม่ดูหนังกับคนที่อยากจะดูแค่หนังแต่ฉันจะดูหนังกับคนที่อยากจะดูหนังกับฉัน
    ฉันจะไม่โทรหาหรือคิดถึง พ่อกับแม่เฉพาะวันที่ 5 ธันวาหรือ 12 สิงหา แต่ฉันจะคิดถึงท่านในทุกๆวัน
    ฉันจะพูดและทำในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อนจากสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป
     
                                     และยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันควรจะทำก่อนที่ลมหายใจนี้จะหมดไป
     
    ฉันก็จะยังเป็นตัวฉันเอง........
     
     
          
     
                          
    September 04

    Herry Up Herry Up!!

     
     
    ภายใต้ความมืดของท้องฟ้ายามค่ำคืน
    มีเพียงแสงสว่างของพระจันทร์สาดส่องเข้ามา
    อากาศภายในห้องเย็นกว่าทุกๆคืน ที่ฉันเคยรู้สึก
    ดูเหมือนว่าคืนนี้ ดูแปลกไปจากทุกๆคืนของฉัน

    "Herry Up Herry Up"
    เสียงนั้นดังขึ้น

     

    "แล้ว...เทอจะรีบไปไหนกัน"

    ฉันคิดเบาๆ เพียงผู้เดียว

     

    แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก ดังขึ้นอีก

    "เทอคงรีบมาก"

    (ฉันคิดเพียงเบาๆ เพียงผู้เดียวอีกครั้ง)

     

    ทันไดนั้นเสียงของเทอก็เบาลง เบาลง จนแทบจะไม่ได้ยิน

    ฉันแอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไม เทอถึงได้หยุด

    ...........

    ""

    เวลาช่วงข้ามคืนผ่านไป และแล้วก็ถึงเช้า ยามอรุณ
    แสงแดงส่องเข้ามาแทนที่ความมืด
     
     
    ฉันลืมตา  มองเห็นแสงแดด ท้องฟ้า
    แล้วเทอคนนั้นก็กระซิบบอกฉันว่า ในที่สุดเราก็กลับมาสู่โลกแห่งความจริงซะที
     
    แล้ว...ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย...(นอนต่อเหอะ..ง่วง)
    July 24

    ความคิดถึงส่งต่อ.....ความห่วงใย

     
     
     
               
    วันคืนที่ฉันเคยมี.............
    มือคู่นั้นที่ฉันเคยจูง...........
    สายตาที่จ้องมองมา...........
     
    ม่มีอีกแล้ว...............
     
     
    ความห่วงใยจะมีให้ ความคิดถึงจะคอยส่งหา
    อย่าทอดทิ้งฉันนะ................
     
     

    อยากบอกเธอ...

    ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน......   
     
     
     
     
    July 11

    "เคว้งคว้างอ้างว้างอยู่กลางผู้คน ที่ยิ้มให้กันอย่างไร้หัวใจ"

         
               เคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหม...ในช่วงเวลาหนึ่งที่เรารู้สึกเหงา รู้สึกเหมือนไม่เหลือใครทั้งๆ ที่มีคนมากมายอยู่ข้างกายเรา
    แต่ทำไมเราถึงรู้สึกได้อย่างนั้น ทั้งๆที่มีใครคนหนึ่งนอนข้างๆเรา...รู้สึกและสัมผัสได้ว่าใจของเขาไม่ได้อยู่กับเรา ...
    ตอนที่เราล้มลง...ขอใครสักคนดึงมือขึ้นหน่อยไหม
     
    "เคว้งคว้างอ้างว้างอยู่กลางผู้คน ที่ยิ้มให้กันอย่างไร้หัวใจ"
     
     
    วัน 1 วันที่ ผ่านเลยไป
    คืน 1 คืน ที่เคยมองดาวด้วยกัน
    หากวัน 1 ฉันจากลา
    อยากรู้ว่วัน 1 วันจะเป็นอย่างไร
    เมื่อไม่มีเรา
    ทุกทุก 1 วัน ฉันคงมองหาและเฝ้าคิดถึง
    หรือ ปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป
    ฉันก็เป็นแค่คน 1 คน เป็นคน 1 ที่มีเลือดเนื้อ จิตใจรู้ไหม
    อยากให้เธอรักเธอห่วงเหมือนใคร ๆ
    อยากอยู่ในใจเธอเพียงเสี้ยว . . .ก็เพียงพอ 
     
     
     
     
     
     
    ฮ่าๆ เวอร์ชั่น อ่อนแอ.....และอ่อนไหว ปลิวไปตามสายลมในฤดูคิมหัน
     
    "เคว้งคว้างอ้างว้างอยู่กลางผู้คน ที่ยิ้มให้กันอย่างไร้หัวใจ"
    โอ๊ย....เซ็งชิปเป๋งเลย ทามไมม่ายมีครายออนตอนดึกๆนะ
    นอนกานเร็วมักมาก
    เพื่อน เพื่อนรัก พี่รัก น้องรักหายไปหนายกานหมด
    ขอแค่เสียง วอย์เมลมา เมสเสสสั้นๆ
     
    เบื่อ เสียงโทรศัพท์ที่มีแต่เรื่องงาน 
    เบื่อเสียงโทรศัพท์ที่ต้องพูดจาดีๆ
    อยากได้ คำว่า "กรูว่า-----นะ มึง""มึงหายหัวไปไหนวะ"
    "เมิง---ไอ้สาดดด "
     
    เออฉ้านรู้ว่าช่วงนี้ทุกคนยุ่ง ฉ้านเข้าใจพวกแก
     
    มีอารายให้ช่วยก็โทรมานะ
     
    โด่ แค่ไปดูหนังคนเดียว
    คุยโทสับกะคนที่อยากโทมาก็ได้ฟะ
    เมิงงง--ทามธุระของเมิงให้เสร็จก่อนแล้วกาน
    ฉ้านคิดถึงเทอนะ หมิง จิว นอย
    กรูก็คิดถึงเมิงนะอ้น เกมส์ เกรท เฮง แป้ง
    แล้ว หยิม คลอดลูกยังวะ
     
    แจ๊ค : โอ๋เมิงบ้าไปแล้ว จะมาพร่ำทาม เห้ว อะไรวะ มันไม่โทรมา
    เมิงงก็โทไปดิ่ โง่จิงนะ เรื่องอื่นละแสนรู้
     
    โอ๋ : เมิงง แจ๊ค ด่ากรูหรอ ไมหละ ขอมีรมน้ำเน่าดูหน่อย ปะไร
    รู้ รู้ ....  รู้น่า เออ...คืนนี้เจอกาน กรูไม่เบี้ยวหรอก เพื่อนเลี้ยงทั้งที
     
     
     
     
     
     

     


     

    July 07

    วันนี้วันที่เท่าไหร่กันนะ----บอกฉ้านนนทีสิ่

     
     
     
    ตกลงวันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่แล้ว
     
    ฉันคงหลับ ฝัน แล้วเคลิ้มไป
     
    ฉันต้องลืมตา ฉันต้องลุกออกมาจากเตียง -------------------- ซะที
     
     
    **************************************************
     
    โห-----------ดวงอาทิตส่องเข้ามา แสบตาชิปเป๋งเลย สงสัยต้องหาผ้าม่านมาติด
     
    เช้าๆแบบนี้ มีอะไรกินมั่งวะ
     
    ขอ กาแฟดำ ใส่น้ำตาล 2ก้อน ร้อนๆ
     
     
    **************************************************
     
     
    แดดร้อนอย่างงี้ ดีนะที่ใส่เสื้อแขนยาวออกมา-----รถติดน่าดูเลย
     
    แปลกจัง เราเดินคนเดียว....ทั้งๆเมื่อวาน ฉันเดินกับเทอ
     
    เทอ ....
     
     
     
     
    เพื่อน  คนแรกที่ทำให้เรารู้จักผู้อื่น

    เพื่อน..คือคนแปลกหน้าคนแรก...ที่ทำให้เรารู้จักความรัก

    นอกเหนือจากคนในครอบครัว..ที่เรารักกันมาตั้งแต่เกิด

    เพื่อน..โผล่หัวมาตอนโต...เป็นใครไม่รู้..แล้วจู่ๆ

    วันหนึ่งเราก็รักมันได้

    ฉันมองความรักเพื่อน..เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง

    แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้ด้วยนะ..เพื่อน..จะรักกันแบบพอดีๆ

    ไม่หวง..ไม่หึง.ไม่ต้องการอะไรตอบแทน..เรารักกันสบายๆ

    มีปัญหาปรึกษากัน.มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน..

    มีอะไรไม่สบายใจปรับทุกข์กัน

    แต่ในขณะเดียวกันต่างคนต่างก็มีโลกเป็นของตัวเอง

    เธอมีแฟนฉันไม่ว่า..เธอสนุกของเธอไป..

    เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน

    ไม่ต้องมาเจอกัน...ก็ยังห่วงกัน..ยังคิดถึงกัน

    ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ

    ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว..เชื่อเถอะว่า..

    ไม่ว่าเราจะห่างกันอย่างไร..

    เราจะคิดถึงกัน

    และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน..

    เพราะเธอไปมีเพื่อนใหม่..

    ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่..ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้...

    มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

    คนบางคนบอกว่า..คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง 

     

     

     

    *********************

     

     

    ฉันฝันไป------ฝันร้ายที่สุด

    ฉันต้องเดินคนเดียว โดยไม่มีเพื่อนได้ยังไง

     

     

     

    ขอบคุณที่ให้หยิบยืมบทความ(ตัวหนังสือสีดำ)

    เปงบทความอีกบทความที่ดีจิงๆ นะ

    ขอบคุณค่ะ 

     

     

     

    June 07

    ความเจ็บปวด

    ใคร คนที่เคยรู้ใจ
    รอยยิ้มที่เคยรู้จัก
    กำลังจะหายลับไปทุกที

    คำพูดที่ซึ้งใจ
    ที่เคยว่ารักมากมาย
    ไม่มีอีกแล้วนับจากนี้

    แต่คนจะไปก็ต้องไป
    รักเท่าไหร่แต่ฉันคงทำได้เท่านี้

    ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด
    และฉันจะอดทนแม้แทบขาดใจ
    ไม่อาจจะวิ่งหนีความจิงที่มันโหดร้าย
    จะพร้อมจะยอมเข้าใจความเปลี่ยนแปลง

    จะอยู่เพื่อเรียนรู้ความเจ็บปวด
    จะฝืนเดินต่อไปแต่ไร้เรี่ยวแรง
    และคงมีที่สักวันหนึ่งฉันจะเข้มแข็ง
    ถึงแม้ไม่รู้ต้องนานซักเท่าไร

    เธอ เธอเคยเป็นทุกสิ่ง
    จะขอขอบคุนทุกอย่าง
    ที่เคยให้ฉันจนวันนี้

    แต่คนจะไปก็ต้องไป
    รักเท่าไหร่แต่ฉันคงทำได้เท่านี้

    ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด
    และฉันจะอดทนแม้แทบขาดใจ
    ไม่อาจจะวิ่งหนีความจิงที่มันโหดร้าย
    จะพร้อมจะยอมเข้าใจความเปลี่ยนแปลง

    จะอยู่เพื่อเรียนรู้ความเจ็บปวด
    จะฝืนเดินต่อไปแต่ไร้เรี่ยวแรง
    และคงมีที่สักวันหนึ่งฉันจะเข้มแข็ง
    ถึงแม้ไม่รู้ต้องนานซักเท่าไร

    และคงมีที่สักวันหนึ่งฉันจะเข้มแข็ง
    ถึงแม้ไม่รู้ต้องนาน..ซักเท่าไร

    ‘BEAUTIFUL RIDE’

     

    ว่างเว้นจากการออกอัลบั้มไปประมาณ 2 ปี ตอนนี้เธอมากับงานชุดใหม่
    พร้อมเรื่องเล่า เรื่องราว และความรู้สึกมากมายมาบอกกล่าว

    BEAUTIFUL RIDE คือชื่ออัลบั้มหมายเลข 3 ที่ปาล์มมี่ตั้งใจเอาไว้แทนความรู้สึก
    ที่เธอมีต่อการได้ลงมือทำงานเพลงชุดนี้ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ที่ให้อารมณ์คล้ายคลึงกับ
    ประสบการณ์ที่ได้ไปหัดขับรถ ในช่วงที่เธอหยุดพักงานเพลงไประยะหนึ่ง

    "สำหรับคนอื่นอาจเป็นเรื่องจิ๊บจ้อย แต่สำหรับมี่ มันคือความกล้า"

    และเมื่อรวบรวมความกล้า เรียนรู้ ค้นหา และพร้อมแล้วที่จะลุย การเดินทางระยะยาวก็เริ่มต้นขึ้น

    June 05

    ฉันกำลังตกหลุมรักตกหลุมรักกับเจ้าขนปุกปุย

          ความรู้สึกที่ดีและความรัก หากสามารถมีให้กันได้ ก็จะทำให้คนเรามีความสุข อิ่มเอบกับความรู้สึกนั้นๆ และส่งผลถึงคนรอบข้างด้วย การตกหลุมรักกับเจ้าขนปุกปุย สีทองนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเจ้าตัวนี้มีความน่ารักตั้งแต่เด็ก ขนสีทอง (golden) ที่นิ่มเหมือนขนของตุ๊กตา เด็กเล็กๆชอบที่จะลูบและหวีให้ มีนิสัยชอบอยู่กับคน และรักเด็ก รู้จักว่าเด็กบอบบาง การวางน้ำหนักก็จะเบาตามไปด้วย หากได้เห็นเขาเล่นกับเด็กแล้ว ก็จะอดชื่นชมไม่ได้ อารมณ์ดีอยู่เสมอ ซึ่งจะแสดงออกทางสีหน้า โดยการลู่หูไปข้างหลัง หรือทำหน้าฉงนเมื่อสนใจสิ่งต่างๆ มีท่วงท่าการเดินและวิ่งที่สง่างาม ขนที่พลิ้วลม หางที่ชูเป็นพวงเหมือนหางกระรอก ชอบเล่นลูกบอลเป็นชีวิตจิตใจ ว่ายน้ำเก่ง จมูกไวเป็นเลิศ ชอบวิ่งไปเก็บของที่ขว้างออกไป จนเป็นที่มาของชื่อรีทริฟเวอร์ (Retriever) มีความฉลาด จนคุณแปลกใจว่า คุณสามารถสอนทุกสิ่งที่คุณคิดว่าหมาสามารถทำได้ มีคนกล่าวว่า ที่หมาชอบอยู่กับคนเพราะมันไม่สามารถแยกออกได้ว่านี่คือหมาหรือคน น่าจะเป็นจริงสำหรับเจ้าตัวนี้ คุณจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเจ้าขนสีทอง ปุกปุยตัวนี้

    May 19

    Palmy : Beautifu Ride

    ชื่อจริง :
      อีฟ ปานเจริญ
       
    ชื่อเล่น :
      ปาล์มมี่
       
    วันเกิด :
      7 ส.ค. 2524
       
    ราศี :
      สิงห์
         
    การศึกษา :
      High School ที่ Holy Cross College (Sydney, Australia)
       
    แนวเพลงโปรด :
      โฟล์ค - ร็อค
       
    ศินปินที่ชอบ :
      Bic Runga ,The Cranberries,Norah Jones
       
    ผลงานอื่นๆ :
      - แต่งเนื้อเพลง "ใจหายไปเลย" ของ มิสเตอร์ทีม เวอร์ชั่น
        ภาษาอังกฤษเป็นเพลง "ONE LOOK ONE TOUCH
        - ร้องคอรัสเพลง "รู้ตัวว่าดีไม่พอ" ของ "ตุ้ย ธีรภัทร์"
        - พรีเซนเตอร์ ของ one-2-call
        - ร้องเพลง "ความทรงจำสีจาง" ประกอบภาพยนต์เรื่อง แฟนฉัน
         
    แนวเพลง:
      POP - ROCK
       
    สังกัด :
      RPG

     


     



        ปาล์มมี่เป็นสาวลูกครึ่ง ไทย-เบลเยี่ยม เธอใช้ชีวิตเรียบง่าย สบายๆ เรียนอนุบาลจนถึง ม.2 ที่โรงเรียนพระแม่มารี (เซนต์หลุยส์) จนอายุได้ 12 ปี แล้วจึงเดินทางไปอยู่กับคุณแม่ที่ออสเตรเลีย
    ที่ออสเตรเลีย ปาล์มมี่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของอีกโลกหนึ่ง ทั้งดนตรี ศิลปะ ซึ่งเข้ามามีผลต่อชีวิตเธออย่างมาก เธอชอบเรียน วิชาศิลปะ ที่โรงเรียน เวลาที่เหลือก็มักจะเข้าไปพิพิธภัณฑ์และ แกลอรี่เพื่อ ดูนิทรรศการศิลปะ นอกจากนั้นเธอยังชอบร้อง คาราโอเกะกับเพื่อนๆ และเดินเข้าออกร้านเทปทุกวัน เธอฟังเพลงทุกแนว และเริ่มสนใจ การร้องเพลง
        ปาล์มมี่เริ่มฝึกฝนการร้องเพลงด้วยตัวเอง อย่างจริงจังจน ดึกดื่น ทุกวัน เธอตัดสินใจเดินทางกลับมา หาโอกาสที่
    แกรมมี่พร้อมความตั้งใจที่จะเป็นศิลปินให้ได้ และความฝันของเธอก็ได้เป็นจริงเมื่อ เธอก็ได้เข้ามาเป็น ศิลปิน ในสังกัด อาร์พีจี เริ่มต้นด้วยการเขียนเนื้อเพลง "ใจหายไปเลย" ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ จากนั้นก็มาร้องคอรัส ในเพลง "รู้ตัวว่าดีไม่พอ" ของ "ตุ้ย" จากนั้น
    21 ธ.ค.44 เธอก็มีอัลบั้ม Palmy เป็นของตัวเอง ออกมา
        เพลงในอัลบั้ม PALMY จะออกไปในทางป๊อปร็อค นำเสนอตัวตน ที่มีความคิดเป็นอิสระ หลงใหลกับความสุขทางดนตรี เน้นบรรยากาศ และรายละเอียดของอารมณ์ความรู้สึก และเพียงเวลาไม่นาน หลังจากปล่อยเพลง "อยากร้องดังดัง" ออกอากาศตามรายการวิทยุ ทุกๆคนก็ได้รู้จักความเป็นตัวตนของเธอ
        และในวันที่ 29 กรกฎาคม 2546 ผลงานเพลงชุดที่ 2 "สเตย์- Stay" อัลบั้มที่ปาล์มมี่ต้องการสื่อว่า "ยังคงทำงานเป็นนักร้องอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ไปทำอย่างอื่น" กับระยะเวลา 1 ปีกว่าๆ ของความทุ่มเท ตั้งใจทำงาน เพื่อให้สอดคล้องต่อเนื่องจากชุดที่แล้ว โปรดิวเซอร์และทีมงานเพลง จึงยังคงเป็นทีมเดิม ทั้งสไตล์และแนวเพลง ที่ยังคงความเป็นป๊อป ร็อค เน้นการสื่อถึงอารมณ์ของเพลงอย่างชัดเจน  
        แต่มีความแตกต่างในเรื่องของมุมมอง เรื่องราวและเนื้อหา ที่ไม่จำเจ ซ้ำซาก โดยถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญ ปาล์มมี่ดีไซน์เสียงร้องและคอรัสเองทุกเพลง พร้อมด้วยนักดนตรีรับเชิญ "จั๊ก-ชวิน จิตรสมบูรณ์ มาเล่นกีตาร์อะคูสติคในเพลง "Stay" ให้ในอัลบั้มชุดนี้อีกด้วย

    เรื่องคืนนั้น..ก่อนท้องฟ้ายามคำคืนจะหมดไป

    เราจะโบยบิน---หรือจะบินแบบโดนโบยวะ ปีกหักกลับมาละก็นะ
     
    คืนก่อนออกเดินทาง ถ้าเพื่อนไม่รังเกียจก็มานอนที่คฤหาศ ฉันก็ได้นะ
    เพราะที่ห้อง ฉันแสนสบาย กว้าง โอ่งอ่าง
    2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกสบาย
    ภายในตกแต่ดวย เฟอร์จากอิทาลี่
    ภายใต้คอนเสปออเรียนทอล สไตล์
    เรียบ หรู   อย่างมีระดับ
     
    ป.ล. ไม่อบากจะบรรยาย เดี๋ยวหาว่าฉันโม้ มาดูให้เห็นกะตาเลย มะ
    ***คำเตือน เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น
    โปรดใช้วิจารณญานในการฟัง อ่าน และ จินตนาการ
     
    สถานที่ถ่ายทำ : เกาะช้าง
     
    May 15

    เช้ววันนี้เป็นเช้าอีกวันที่รู้สึกแย่ที่สุด

    เช้าวันนี้เป็นเช้าอีกวันที่รู้สึกแย่ที่สุด
    ในบรรดาเรืองราวแย่ๆ ที่ฉันเคยเจอ (ขนาดนั้นเชียว)
    แต่วันนี้ออกแนวรันทดชีวิต
     
    ปกติแล้วฉันไม่สงสารตัวเองเลยนะ แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกสมเพชตัวเอง
    ที่ทำไมต้องทุ่มเท แล้วทำอะไรมากมาย
    เพื่อคนที่ไม่เคยมองเห็นความสำคัญในสิ่งที่ฉันทำเลย
     
     
    ------อดนอน มา 5 วัน
    ------นอนวันละ 3 ชม.
    ------3 X 5 = 15 ชม.
    ------5 วัน รวมเป็น  120 ชม
     
    ใช้เวลาคุ้มโคตรรร-------------แต่ถ้าไม่ทำ
    เราคงรู้สึกแย่กว่านี้
     

    I want you to know that I love you and always will

     
     
    A special world for you and me
    A special bond one cannot see
     

    It wraps us up in its cocoon
    And holds us fiercely in its womb.
    Its fingers spread like fine spun gold

    Gently nestling us to the fold
    Like silken thread it holds us fast
    Bonds like this are meant to last.
     
      
     
    And though at times a thread may break
    A new one forms in its wake
    ..........

    To bind us closer and keep us strong
    In a special world, where we belong.
     
    May 14

    ฉันรู้สึกดีเวลาที่คิดถึงความทรงจำเก่าๆ

                  ฉันมีแต่พรุ่งนี้..พรุ่งนี้...ไม่มีที่สิ้นสุด
     
    ฉันคิดถึงอดีต
    ฉันคิดถึงหลายๆ อย่าง
     
    ฉันคิดถึงตอนที่นั่งสมาธิตอนพักเที่ยงก่อนเรียน สปช.
    ฉันคิดถึงสอบท่องสูตรคูนหน้าชั้นเรียน
    ฉันคิดถึงประกวดฟันสวย (ฉันได้แค่ จ.เพราะฟันหรอเต็มปาก)
    ฉันคิดถึงตอนหนีคุณหมอที่มาปลูกฝีให้ที่หอประชุมโรงเรียน
    ฉันคิดถึง ....
     
                  มีหลายสิ่งหลายอย่างในอดีต ที่ฉันทำผิดพลาด
                                                                  แต่
    ฉันไม่เคยอยากให้เวลาเหล่านั้นหวนกลับมา
    เพื่อแก้ไขอดีต....ฉันกลับรู้สึกดีทุกครั้ง เวลาที่คิดถึงความทรงจำเก่าๆ
    หลายสิ่งหลายอยางสอนให้ฉันลืม และจดจำ
     
     
               ฉันต้องเดินต่อไป
               ฉันต้องวิ่ง ไปให้ถึง
               ฉันต้องอยู่กับวันนี้และพรุ่งนี้.....ถึงแม้ฉันไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง
               ฉันก็หวัง และวาดฝันให้มันออกมาดูสวยสาม ก็แค่นั้น
     
     
    (*@*) อ่ะนะ......ก็เพ้อซ้าให้เต็มที่.....(*@*)